นโยบายคุกกี้
คุกกี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา ช่วยให้เราสามารถบันทึกสถิติการใช้งานโดยรวมและเก็บข้อมูลอื่น ๆ ที่ช่วยให้เราสามารถนำเสนอคุณลักษณะต่างๆเช่นเครื่องมือเปรียบเทียบ คุกกี้เหล่านี้ไม่ได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตน คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ของเราได้ หน้านโยบายความเป็นส่วนตัว

4/12/2561

เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ทุ่งแสลงหลวง กับ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” New Experience. New Ford Everest

เข้าสู่เดือนธันวาคม อากาศหนาวเริ่มมาเยือน ทำให้หลายคนเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดช่วงปลายปีเพื่อสูดลมเย็นให้เต็มปอด นอกจากหลายจังหวัดในภาคเหนือที่เป็นที่นิยมในการกางเต็นท์ชมหมอกยามเช้า ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาวที่ไม่พลุกพล่าน เงียบสงบ และยังมาพร้อมความหลากหลายของธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาอย่าง “อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง” ซึ่งรับรองว่า ถ้ามาที่นี่ จะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นและดื่มด่ำบรรยากาศทุ่งหญ้าที่ไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีพื้นที่ใหญ่ครอบคลุมอำเภอวังทอง นครไทย เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ วังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มาของชื่อ “แสลงหลวง” มาจากชื่อต้นแสลงใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้เด่นที่พบได้ในอุทยานแห่งนี้ ด้วยเหตุที่ทุ่งแสลงหลวงมีสภาพภูมิประเทศหลากหลาย เป็นทั้งป่า ทุ่งหญ้า และเนินสูงต่ำ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์ ทำให้ทุ่งแสลงหลวง ถูกขนานนามว่าเป็น “ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย”

ไฮไลท์ของทุ่งแสลงหลวง แน่นอนว่าจะต้องเป็น “ทุ่งนางพญา” ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาที่ล้อมด้วยป่าสนและป่าดิบ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ทั้งทุ่งหญ้าแบบแอฟริกา และป่าสนที่มีลักษณะเป็นลานโล่งกว้างกับต้นสนสูงหลายสิบเมตร ตามกิ่งสนจะพบไม้ป่าที่หาชมได้ยาก เวลาที่เหมาะสมที่จะไปที่สุดคือหน้าหนาว เพราะช่วงปลายปีถึงต้นปี จะมีอากาศหนาวเย็นมาก บวกกับเส้นทางไม่เป็นบ่อโคลนและหลุมลึก เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว

ถึงแม้การเดินทางไปทุ่งแสลงหลวงและทุ่งนางพญาในหน้าหนาว จะไม่ต้องเจอกับพื้นดินเฉอะแฉะ หรือบ่อโคลน แต่การเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติอันงดงามในบริเวณนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ผู้เดินทางจะต้องเตรียมตัวขึ้นเขาจากอำเภอเขาค้อ ซึ่งมีลักษณะเป็นทางโค้งขึ้นเขาสลับกับเนินสูงชัน นอกจากนั้น เมื่อถึงที่ทำการอุทยานแล้ว ก็จะต้องขับรถบุกป่าฝ่าดงไปอีก 15 กิโลเมตร กว่าจะถึงทุ่งนางพญา ซึ่งเป็นเส้นทางที่แคบเป็นป่ารก อีกทั้งยังเป็นพื้นดินลูกรังไปตลอดทาง ทางอุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวค้างคืนด้านใน จะต้องแลกบัตรประชาชนที่ที่ทำการอุทยานเพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องใช้รถที่สามารถขับเข้า-ออกอุทยานได้อย่างคล่องตัว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังมากับห้องโดยสารที่ใหญ่ หรูหรา พร้อมที่เก็บของแบบพับเบาะได้ และระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เพียงแกว่งขาไปที่เซนเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นหรือปิดลงแบบอัตโนมัติ

ช่วยให้ขนของได้อย่างเต็มที่และสะดวกสบาย ใครที่อยากให้บรรยากาศการท่องเที่ยวสุนทรีย์มากขึ้น ก็อาจใช้ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เปิดเพลงโปรดคลอระหว่างปิกนิก หรือระหว่างการเดินทางก็สนุกไปอีกแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางแบบโรดทริปซึ่ง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ก็มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับลมยาง ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธด้วยระบบซิงค์ 3 และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับโรดทริปหน้าหนาวแบบสนุกสนานสมบุกสมบันในทุ่งสะวันนาเมืองไทย เรียกได้ว่า “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” เป็นเพื่อนเดินทางที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมให้ผจญภัยได้เต็มที่แบบสะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้กังวล

สอบถามเพิ่มเติม




ข่าวจากผู้จำหน่าย