นโยบายคุกกี้
คุกกี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา ช่วยให้เราสามารถบันทึกสถิติการใช้งานโดยรวมและเก็บข้อมูลอื่น ๆ ที่ช่วยให้เราสามารถนำเสนอคุณลักษณะต่างๆเช่นเครื่องมือเปรียบเทียบ คุกกี้เหล่านี้ไม่ได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตน คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ของเราได้ หน้านโยบายความเป็นส่วนตัว

16/11/2561

ทำไมฟอร์ด มัสแตง ถึงขายดีตั้งแต่ยุค 1960

ตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา วงการโฆษณาได้มีวิวัฒนาการและเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคสมัย เห็นได้จากโฆษณาใบปลิวในสมัยแรกๆ ของฟอร์ด มัสแตง  สำหรับผู้บริหารฝ่ายโฆษณาแล้ว การขายฟอร์ด มัสแตง รุ่นแรก ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมัสแตงเป็นรถขนาดกะทัดรัด สไตล์สปอร์ต สมรรถนะแรง ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ แถมยังมีตัวเลือกในการตกแต่งที่หลากหลาย ทำให้มัสแตงเป็นรถที่โดนใจลูกค้าในยุคกลางทศวรรษ 1960





เดิมทีคนมองว่ามัสแตงเป็นรถสปอร์ตราคาดี ถูกใจคนรุ่นใหม่ในยุคเบบี้บูมเมอร์ที่กำลังมองหารถยนต์ที่แตกต่างจากรถซีดานคันใหญ่ๆ ที่คนรุ่นพ่อแม่ของพวกเขาขับ หลังจากฟอร์ดดำเนินการผลิตและเปิดตัวรถมัสแตงในช่วงต้นปี 1964 ก็เห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่เพียงคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่เสาะหารถยนต์สไตล์ใหม่ๆ เพราะดนตรี วัฒนธรรม และแฟชั่นก็ล้วนพลิกกลับตาลปัตรจากยุค 1950 ทศวรรษแห่งกฎระเบียบอันเคร่งครัด ดูเหมือนว่า ทุกคนต้องการที่จะเป็นอิสระจากกรอบนั้น มีผู้ซื้อมัสแตงกว่า 400,000 คัน ในปีแรกของการขาย เพียงวันแรกวันเดียวมัสแตงก็ทำยอดขายได้ถึง 22,000 คัน มัสแตงคือทอล์คออฟเดอะทาวน์





“นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย มัสแตงก็ได้รับขนานนามว่าเป็น ‘รถที่ถูกออกแบบให้คุณออกแบบได้เอง’ ด้วยอุปกรณ์แต่งรถหลากหลายและสีที่มีให้เลือกมากมาย” จอห์น คลอร์ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของมัสแตง กล่าว “ลูกค้าสามารถตกแต่งมัสแตงได้ตามใจตัวเอง จึงไม่มีมัสแตงคันใดที่ซ้ำกันเลย”

ใบปลิวโฆษณารูปแบบต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นอย่างหลากหลายเพื่อดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่มที่มองหาโพนี่คาร์ที่ตอบโจทย์ความเป็นเอกเทศและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ฟอร์ดใส่ใจผู้บริโภคทุกคนอย่างไม่มีตกหล่นในแคมเปญ





นอกจากจะเป็นภาพสะท้อนค่านิยมในแต่ละยุคผ่านโฆษณา มัสแตงยังเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และรถสปอร์ตระดับตำนานที่ขายดีที่สุดในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขายได้กว่า 8.7 ล้านคัน หลายคันเป็นรุ่นดั้งเดิมจากยุค 1960 ที่ยังโลดแล่นอยู่บนถนนและเป็นรถในดวงใจของหลายคนจนถึงทุกวันนี้







ฉลองมัสแตงคันที่ 10 ล้าน กับ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โพนี่คาร์” ในตำนาน

1. สเปเชียล ฟัลคอน เป็นรหัสลับที่ ลี ไออาโคคา (Lee Iacocca) ใช้ในการเรียกโปรเจกต์พัฒนามัสแตงก่อนที่ฟอร์ดจะอนุมัติให้ผลิตรถรุ่นนี้

2. เวิลด์แฟร์ 1964 เฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 เปิดตัวมัสแตงโฉมใหม่ให้โลกได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกที่นั่น เมื่อวันที่ 17 เมษายน 1964

3. 22,000 คัน คือ ยอดรถมัสแตงที่ถูกสั่งซื้อภายในวันแรก ในปีแรกรถสปอร์ตระดับตำนานรุ่นนี้มียอดสั่งซื้อทั้งหมดถึง 419,000 คัน

4. 29,545 ไมล์ ด้วยความยาวเฉลี่ย 15.6 ฟุตของรถรุ่นนี้ ถ้านำรถมัสแตงทั้ง 10 ล้านคันมาจอดต่อกัน ก็จะเป็นระยะทางยาวกว่า 29,545 ไมล์ อีกเพียง 1,200 ไมล์ก็จะยาวเท่ากับเส้นรอบวงโลกเลยทีเดียว

5. รุ่นงัดข้อ หลังจากที่ แคร์รอล เชลบี้ (Carroll Shelby) เปิดตัว จีที 350 รถรุ่นแรกของยุคมัสเซิลคาร์ ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้รถรุ่นต่อๆ มาอย่าง บอสส์ (Boss), มาค 1 (Mach 1), โคบร้า เจ็ท (Cobra Jet), เอสวีโอ/เอสวีที (SVO/SVT), เชลปี้ จีที 500 (Shelby GT500) และมัสแตง บูลลิทท์

 6. ม้า หรือ เครื่องบินกันแน่? หลังเลือกชื่อที่จะนำมาเรียกรถรุ่นนี้อยู่หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น คูการ์ (Cougar) สติเลทโต (Stiletto) และอัลลิโกร (Allegro) สุดท้าย ชื่อมัสแตง กลับมาวิน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อทีมงานเริ่มทำแบรนดิ้ง ชื่อโพนี่คาร์ กลับกลายเป็นชื่อที่ติดตลาดมากกว่า

7. จะซีดาน หรือ แวกอน ดี? เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดตัวในปี 1964 ฟอร์ด ยังพิจารณาอยู่ว่า มัสแตงควรจะเป็นรถ ซีดาน หรือ แวกอนดี แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการออกแบบให้มัสแตงเป็นรถคูเป้และรถเปิดประทุน ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ความมาโฉบเฉียวจนถึงทุกวันนี้

8. มัสแตง โกลด์ จีที 500 ซูเปอร์ สเน็ค รุ่นปี 1967 ขายได้กว่า 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนพฤษภาคมปี 2013 แต่มัสแตงท้ายลาดรุ่นบุกเบิกปี 1968 ซึ่งขับโดย สตีฟ แมคควีน ในภาพยนตร์ “บูลลิทท์” อาจทำลายสถิตินั้น

9. แยกร่างม้าป่า นอกจากการเปิดตัวในปี 1964 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของมัสแตงเมื่อปี 2014 ฟอร์ดแยกชิ้นส่วนรถมัสแตงเป็น 6 ชิ้น และประกอบขึ้นใหม่เพื่อตั้งโชว์บนจุดชมวิวชั้น 86 ของอาคารเอ็มไพร์สเตท

10. 8 สิงหาคม 2018 คือ วันที่รถมัสแตงคันที่ 10 ล้าน ทะยานออกจากโรงงานแฟลตร็อค รัฐมิชิแกน




ข่าวจากผู้จำหน่าย